7/23/2009

เกาะกระแส ′eBook′ ตลาดดาวรุ่งที่น่าจับตา

วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เวลา 17:22:30 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ [อ่านล่าสุด 208 คน]

เกาะกระแส ′eBook′ ตลาดดาวรุ่งที่น่าจับตา

ตลาด หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ คงมีความหอมหวนมิใช่น้อย ไม่เช่นนั้นผู้เล่นรายใหญ่ในวงการค้าปลีกหนังสือคงไม่สนใจและทุ่มทุนกระโดด เข้าสู่วงการนี้

cilckworld

ล่าสุดเครือข่ายร้านหนังสือชื่อดังในสหรัฐ Barnes & Noble ซึ่งมีเครือข่ายกว่า 700 สาขาในสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะเปิดตัวร้านหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรียกว่า ′The Barnes & Noble eBookstore′ เพื่อให้ลูกค้า สามารถใช้บริการหนังสือดิจิทัลได้บนทุกแพลตฟอร์มที่ต้องการ ตั้งแต่ไอโฟน,ไอพอด ทัช, แบล็กเบอร์รี่, คอมพิวเตอร์ ตั้ง โต๊ะ และโน้ตบุ๊ก ทั้งบนระบบปฏิบัติการแมคและระบบวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ โดยมีแผนคิดเงินค่าดาวน์โหลดประมาณ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับหนังสือใหม่ๆ และหนังสือระดับขายดี


โดยบริษัทเตรียมหนังสือกว่า 700,000 เรื่องที่ผลิตเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนเป็นมากกว่า 1 ล้านเรื่องภายในปี 2010 ครอบคลุมของทุกสำนักพิมพ์ที่มีการผลิตหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ออกสู่ตลาด

ส่งผลให้ Barnes & Noble กลายเป็น คู่แข่งสำคัญกับบริษัท Amazon.com เว็บไซต์ ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่มีการขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กว่า 300,000 เรื่องบนเว็บไซต์ พร้อมกับเครื่องอ่านหนังสือออนไลน์ ที่เรียกว่า ′Kindle′ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า


Barnes & Noble ยังกล่าวอีกว่า บริษัทได้รับสิทธิเป็นตัวแทนจำหน่าย eReader หรือเครื่องอ่านหนังสือดิจิทัลของบริษัท Plastic Logic แต่เพียงผู้เดียว โดยคุณลักษณะของ eReader จะมีความบางเบาและมีขนาดเท่ากับแผ่นกระดาษ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะวางขายอุปกรณ์ตัวนี้ภายในร้านหรือทางออนไลน์เมื่อไร โดยบริษัทคาดว่า eReader จะเปิดตัวภายในต้นปี 2010


หากดูจากการประกาศเปิดตัวสินค้าของ Barnes & Noble พบว่าจะมีความได้เปรียบกว่า Kindle เพราะการอ่านคอนเทนต์ของ Kindle จะถูกจำกัดเฉพาะการซื้อผ่าน Kindle Store เท่านั้น ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่ต้องการอ่านคอนเทนต์บนอุปกรณ์อื่นๆ


นอกจากร้านหนังสือออนไลน์ Barnes & Noble จะมีจุดขายการใช้งานได้บนทุกแพลตฟอร์มแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดหนังสือกว่า 500,000 เรื่อง จาก Google Books ฟรีอีกด้วย โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึง eBook บนกูเกิลได้ตั้งแต่เรื่องราวสมัยใหม่ของนักเขียนชื่อดัง ไปจนถึงหนังสือตำนานประวัติศาสตร์ที่ยากจะหาซื้อได้ เช่น เรื่อง Merriam-Webster�s Pocket Dictionary, Sense and Sensibility, Last of the Mohicans, Pride and Prejudice, and Dracula

รวมถึงซอฟต์แวร์ eReader ของบริษัท Barnes & Noble ยังสามารถบริหาร จัดการลิขสิทธิ์ดิจิทัลและการควบคุมการใช้ อินเตอร์เฟซ ขณะเดียวกันยังมีฟีเจอร์อื่นๆ เช่น การทำหมายเหตุ, bookmark, auto-scroll เป็นต้น นอกจากนั้นผู้ใช้งานยังสามารถที่จะสั่งซื้อหนังสือ หนัง หรือซีดีได้อีกด้วย


สำหรับผู้ต้องการใช้บนไอโฟน บริษัทกำลังพัฒนาแอปพลิเคชั่น eBook สำหรับไอโฟน ภายใต้ชื่อ B&N Bookstore ผ่านการใช้กล้องของไอโฟน ลูกค้าเพียงแค่ ถ่าย ภาพหน้าปกหนังสือที่ต้องการ จากนั้นจะได้รับรายละเอียดของสินค้า บทบรรณาธิการ และการจัดอันดับของผู้อ่าน ไปจนถึงสถานที่ซื้อหนังที่ใกล้บ้านที่สุด


′วิลเลี่ยม ลินซ์′ ประธาน บริษัท barnesandnoble.com กล่าว ว่า วันนี้ถือเป็นเฟสแรกของกลยุทธ์ด้านดิจิทัลของบริษัทซึ่งมีความเชื่อว่า ผู้อ่านควรที่จะเข้าถึงหนังสือได้จากห้องสมุดดิจิทัลของพวกเขา จากทุกอุปกรณ์ ทุกสถานที่ และทุกเวลาที่ต้องการ

ปัจจุบันตลาด eBook ถือ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจเกิดใหม่ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ขายหนังสือรายใหญ่ต่างเห็นโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจร้านหนังสือในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นของ Barnes & Noble หรือร้านค้าคู่แข่ง Borders Groups ต่าง เผชิญกับยอดขายหนังสือของตลาดในประเทศลดลงประมาณ 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากนักอ่านบางส่วนหันมาเสพสื่อออนไลน์หรือความบันเทิงประเภทอื่นๆ แทน

บริษัทฟอเรสเตอร์คาดการณ์ว่า ปี 2013 จะมีชาวสหรัฐกว่า 13 ล้านคนที่จะใช้อุปกรณ์ประเภท eReader โดยฝั่งผู้ผลิตนอกจาก Barnes & Noble แล้วยังมีกูเกิลที่วางแผนจะขาย eBook ใน อนาคตด้วย ขณะที่การสำรวจของบริษัทสมาคมผู้ผลิตและสำนักพิมพ์แห่งอเมริกา พบว่าไตรมาสแรกของปี 2009 หนังสือดิจิทัลมีสัดส่วนน้อยกว่า 3% ของยอดจำหน่ายหนังสือทั้งหมดในสหรัฐ โดยคิดเป็นอัตราการเติบโต 0.4% จากปี 2008


การเติบโตของตลาด eBook ถูกจุดพลุโดยเครื่องอ่าน Kindle ผู้เล่นรายใหญ่จากค่าย Amazon เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดย นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Kindle มี ยอดจำหน่ายแล้วมากกว่าล้านเครื่องตั้งแต่ปี 2007 ยังไม่นับรวมถึงผู้ผลิตรายอื่นๆ เช่น โซนี่ และบริษัทเริ่มต้นอีกหลายแห่งที่ต่างมุ่งเข้าสู่ตลาด eReader เช่นกัน ส่งผลให้หลายฝ่ายคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตว่า eBook จะกลายเป็นแหล่งโฆษณาแห่งใหม่ที่น่าจับตามองแทนสื่อประเภทสิ่งพิมพ์

ลินซ์กล่าวว่า เขาหวังว่าลูกค้าที่นิยมซื้อหนังสือแบบเป็นเล่มประมาณ 77 ล้านคน สุดท้ายจะกลายมาเป็นแฟนหนังสือดิจิทัล ในที่สุด

ขณะที่ฝั่งผู้สร้างคอนเทนต์บนโลก ออนไลน์ เช่น ′กูเกิล′ ซึ่งมี Google Book Search เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2004 เพื่อให้บริการค้นหาหนังสือออนไลน์แบบ ฟูลเทกซต์กว่า 7 ล้านเล่มจากสำนักพิมพ์มากกว่า 20,000 แห่ง และห้องสมุด 29 แห่งทั่วโลกผ่านการสแกนหนังสือจาก อาสา สมัครนั้น หลังจากเกิดข้อพิพาทกับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่จากผู้เขียนและ สำนักพิมพ์ ทำให้กูเกิลต้องควักเงินจ่ายถึง 125 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีที่ผ่านมา เพื่อแลกกับการอ้างสิทธิของนักเขียนและสำนักพิมพ์ เพื่อครอบคลุม ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย

แต่ปัจจุบันกูเกิลยังประสบปัญหาด้านลิขสิทธิ์อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยความคืบหน้าล่าสุดของกูเกิลพบว่า สหภาพยุโรป กำลัง ทบทวนปัญหาการสแกนหนังสือของกูเกิลนั้นจะส่งผลกระทบต่อลิขสิทธิ์ของผู้เขียน และผู้ผลิตของประเทศในเครือยุโรปหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการทำให้ผู้อ่านเข้าถึงหนังสือได้ฟรีโดยปราศจากความเห็นชอบ ของผู้เขียนจนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนในวงการน้ำหมึกอย่างหนัก และนำมาสู่การหยิบประเด็นดังกล่าวขึ้นมาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง...

สนใจ Sony E-book reader ติดต่อที่ sati@mastercomm.net ;santi@mastertower.com M.0897667210;0897667214